ไปสอบ TOEIC มาล่ะ
พอดีวันนี้ (30 ตุลาคม 2553) ไปสอบ TOEIC เพราะบัตรลดที่ได้จาก SCG มันจะหมดอายุเลยมาเขียนเล่นซะหน่อย เผื่อคนที่อยากรู้ว่าไอ้สอบ TOEIC นี่มันเป็นยังไง
ก่อนอื่นมารู้จัก TOEIC กันซักเล็กน้อยก่อน
TOEIC เป็นข้อสอบวันสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ ห๊ะ อะไรนะ สมิทภาพคืออะไรงั้นหรอ ถามผมแล้วผมจะไปถามใคร เอาเป็นว่าภาษาอังกฤษคือ Proficiency คำแปลอย่างเป็นทางการก็สมิทธิภาพนะครับ คงคล้ายๆ ประสิทธิภาพมั้งครับ แต่คงไม่ความหมายเหมือนซะทีเดียว
เจ้าคะแนนสอบ TOEIC เนี่ยส่วนใหญ่ก็เอาไปใช้ยื่นเวลาสมัครงานนะครับเท่าที่เห็น ไม่มีคะแนนผ่านไม่ผ่าน แต่ยิ่งได้เยอะยิ่งดี ที่เค้าร่ำลือมาก็ควรได้ 550/990 เป็นอย่างน้อยถึงจะเรียกว่าใช้ได้ แต่บางบริษัทต้องการโหดกว่านี้ก็มีนะเออ
เวลาจะสอบก็สอบได้ตั้งแต่จันทร์ยันอาทิตย์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีสองรอบต่อวัน 9.00 น. กับ 13.00 น. แต่ก็ต้องไปก่อนเวลาเพื่อลงทะเบียนและจ่ายเงินด้วย ผลสอบก็ได้วันทำการถัดไป ยกเว้นสอบเสาร์ได้อังคาร แล้วก็อีกซักวันที่แปลกๆ จำไม่ได้แล้ว หรือให้ส่งไปรษณีย์ให้ก็ได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 50 บาท จะโทรไปจองที่นั่งล่วงหน้าหรือไปตายเอาดาบหน้า เอ้ย! ไปสมัครก่อนเวลาสอบเลยก็ได้
How to go?
เอาล่ะๆ มาเข้าเรื่องดีกว่า เนื่องจากได้สอบรอบเช้าเพราะบ่ายเต็มไวมาก ขนาดโทรไปจองตั้งแต่วันอังคาร เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ไปลงทะเบียนตอน 8.00 – 8.30 น. โอ้วพระเจ้า ไกลก็ไกล เช้าก็เช้า แต่ทำไงได้ บัตรลดจะหมดอายุก็โอเคสอบก็สอบ สำหรับผมเพื่อไม่ให้ต้องตื่นเช้ามากก็ต้องเลือกเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน มีสองสถานีที่ไปลงได้ก็คือ เพชรบุรี หรือ สุขุมวิท เพราะระยะการเดิน(หรือนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง)ไปศูนย์สอบพอกัน แต่ในกรณีนี้ผมเลือกเพชรบุรี เพราะไปจากสถานีพหลโยธิน ประหยัดไปได้หน่อยนึง พอถึงสถานีเพชรบุรีก็ออกทางออก 2 ท่าเรืออโศก คลองแสนแสบ ออกมาก็งงๆ เอ๊ะไปทางไหนต่อ ก็ให้กลับหลังหันแล้วจะเห็นสะพานข้ามคลอง มองไปสูงๆ ทางซ้ายๆ หน่อย หรืออีกฟากถนนก็จะเห็นโลโก้ GMM Grammy ไวๆ ถ้าเห็นก็แสดงว่าให้ตั้งเป้าหมายเป็นตึกแกรมมีได้เลย ในกรณีเดินไป เพราะว่าตึก BB Tower ที่เป็นที่ตั้งของศูนย์สอบอยู่ติดตึกแกรมมีเลย ทีนี้ก็เดินไปเรื่อยๆ อยากข้ามถนนก็ได้ถ้ารถว่าง เพราะยังไงก็ต้องข้าม สังเกตซ้ายมือเรื่อยๆ จนเห็นป้ายอะไรซักอย่าง Emirates ก็นั่นแหละ ใกล้ถึงแล้ว จะเห็นตึกซักอย่าง Emirates อยู่ข้างหน้า แล้วถัดจากตึกนั้นลึกไปด้านในหน่อยจะเป็น BB Tower โลโก้มันจะเป็นตัว B โดนตัดเป็นชิ้นเหลี่ยมๆ ต่อกันสีเหลือบนพื้นสีน้ำเงิน ถ้าจำไม่ผิดนะ เห็นก็น่าจะนึกออก ถ้าเลยไปก็จะเป็นตึกแกรมมี ใครจะลองไปส่องนักร้องก็ได้นะครับ แต่ไม่รู้ว่าจะมีให้ส่องรึเปล่า แต่อย่าเลยครับ ให้เดินเข้าไปในตึกจะเจอลิฟท์มากมายกับ directories บอกว่าชั้นไหนมีอะไรบ้าง ก็ไปชั้น 19 ถ้าจำไม่ได้ก็ถามพนักงานต้อนรับด้านล่างได้ครับ ท่าทางคงตอบคำถามว่า “สอบ TOEIC ชั้นไหน” วันละเป็นร้อยหนแน่ๆ
พอขึ้นลิฟท์ถึงชั้น 19 มองไปทางขวาจะเห็นห้องน้ำ อันนี้สำคัญ เพราะตอนสอบจะขอออกมาเข้าห้องน้ำไม่ได้นะครับ ทีนี้ก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ซักพักก็จะเจอ Office ก็มุ่งหน้าเข้าไปเลยครับ ถ้าช่วงปกติคนไม่น่าจะเยอะ แต่วันที่ผมไปนี่เป็นวันสุดท้ายที่จะใช้บัตรลดของ SCG ได้ คนเยอะมากๆ ขนาดไปถึงแปดโมงเศษๆ ก็ไปเข้าแถวถ่ายรูปจ่ายเงินค่าสอบครับ ก็จะได้ใบลงทะเบียนสอบมา แล้วก็รอ 8.45 น. เพื่อเข้าห้องสอบ ระหว่างนี้แนะนำให้เข้าห้องน้ำอย่างยิ่งครับ และไม่ควรทานน้ำเยอะ เพราะแอร์ค่อนข้างเย็น เป็นแอร์แบบติดเพดานเย็นทั่วถึงทุกพื้นที่มาก ท่านใดขี้หนาวแนะนำให้พกเสื้อกันหนาว หรือถ้าไม่ขี้หนาวเอาติดไปก็ดีนะครับ การเข้าห้องสอบนั้นจะเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้เลยนอกจากกระเป๋าสตางค์ เพราะในห้องสอบจะมีปากกา ดินสอ ยางลบวางไว้ให้แล้ว แต่ยางลบผมว่าคุณภาพแย่มากนะ ลบไม่สะอาดเลย คงเพราะผ่านมาหลายมือ (แต่สามารถพกเครื่องเขียนเข้าไปเองได้นะ เห็นเพื่อนถือเข้าไป) จะต้องเอาของอย่างอื่นที่พกมาใส่กระเป๋าไปวางที่ชั้นวางของ แต่ไม่ใช่การรับฝากนะครับ เพราะงั้นหายไม่รับผิดชอบ :p ก็พกของไปเท่าที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยนะครับ
Prelude
ก่อนเข้าห้องเจ้าหน้าที่จะตรวจกระเป๋าสตางค์ แล้วก็ใช้คล้ายๆ เครื่องตรวจโลหะตรวจหาของ (เพราะได้ข่าวว่าไม่ใช่โลหะก็ตรวจได้ด้วย) แล้วก็จะสุ่มที่นั่งให้ไปนั่งรอ ระหว่างรอก็จะมีเสียงอธิบายว่าข้อสอบมีอะไรบ้างเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็ตัวอย่างข้อสอบนิดหน่อย เป็นภาษาอังกฤษ พอจบก็จะเปิดเวอร์ชันไทยให้ฟัง ตอนเริ่มมีการโฆษณาสอบ TOEIC ด้วยล่ะ ฟังแล้วก็ฮาจนต้องกลั้นหัวเราะเลย ส่วนเวอร์ชันอังกฤษไม่ได้ฟังแต่แรกเลยไม่ทราบว่ามีโฆษณาไหม ช่วงนี้คาดว่าคงเปิดรอฆ่าเวลา ใครที่เคยสอบแล้วหรือไม่อยากนั่งรอก็ไม่จำเป็นต้องไปเข้าห้องตั้งแต่ 8.45 น. ก็ได้ครับ เพราะค่อนข้างนานเลยทีเดียว พอเสร็จสิ้นคำอธิบายก็จะมาเริ่มกรอกข้อมูลใน Answer Sheet พวกชื่อแล้วก็ข้อมูลส่วนตัวนิดหน่อย ขั้นตอนนี้ค่อนข้างนานเหมือนกัน เพราะมีเจ้าหน้าที่อธิบายค่อนข้างละเอียด จากนั้นก็จะให้ฟังตัวอย่างนิดข้อสอบ listening นิดหน่อย เหมือนตอนนี้จะบอกได้ถ้าเสียงเบาไป แต่ก็ไม่มีใครบอกอะไร จากนั้นก็จะเริ่มสอบจริงกันแล้ว ประมาณ 9.40 น.
Examination Begin!
Listening มี 4 part 45 นาที มีเวลาให้ฝนคำตอบหลังฟังนิดหนอ่ย แต่ก็พอล่ะนะ
1. มีรูปให้ดู แล้วจะมีเสียงอธิบายรูปมาสี่ข้อ เลือกข้อที่ตรงกับรูปที่สุด มี 10 ข้อ (ตัวเลือกต้องฟังเอาเท่านั้น และพูดรอบเดียว)
2. question-response ถาม-ตอบ มี 40 ข้อมั้ง ถ้าจำไม่ผิด จะมีคำถามหรือประโยคพูดมาเป็นโจทย์ แล้วก็จะมีคำตอบมาให้เลือกสามคำตอบ ต้องฟังเอาทั้งโจทย์และคำตอบ
3. conversation มีคนสองคนคุยกัน (ไม่มีบทพูดให้ในข้อสอบ) แล้วจะมีคำถามสามคำถามในแต่ละบทสนทนา ส่วนใหญ่ก็ถามว่าคุยอะไรกัน แล้วก็จะถามข้อมูล
4. talking มีเสียงคนพูดอะไรบางอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นการประกาศ แล้วส่วนใหญ่ก็จะถามว่ามันน่าจะพูดที่ไหน หรือพูดให้ใครฟัง แล้วก็ถามข้อมูลจากสิ่งที่พูด มีสามข้อต่อหนึ่งบทพูด
Reading มี 4 part จะเริ่มจับเวลาหลังส่วน Listening 75 นาที
1. เติมคำในช่องว่าง ตรงนี้ก็ต้องดูแกรมม่าถ้าเป็นคำเดียวกันแต่คนละ part of speech หรือบางทีก็ดูความหมายเอาก็ได้ถ้าเป็นคนละคำกันให้เลือก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแกรมม่า
2. เติมบทความ/เอกสาร ให้สมบูรณ์ ก็จะจดหมาย/บทความ/เอกสาร ยาวๆ ที่โดนเจาะคำออกไปสามคำต่อบทความแล้วกลายร่างเป็นตัวเลือกให้เราเลือกคำที่ถูกมาใส่ อันนี้น่าจะเน้นที่ความหมายของคำ ควรท่องศัพท์ไปเพื่อส่วนนี้มั้ง
3. passage ก็จะมีพวกบทความ โฆษณา ฯลฯ ให้อ่าน แล้วก็ถามข้อมูลจากในนั้น ส่วนใหญ่ก็มักถามว่าไอ้ที่อ่านน่ะควรอยู่ในไหน (เช่นเป็นบทความนิตยสาร หรืออยู่ในหนังสือพิมพ์ เป็นต้น) เป็นคำถามแรก นอกนั้นก็จะถามใจความของ passage น่าจะมี passage ละสามข้อนะ
4. double passage ชื่อดูน่ากลัวมาก แต่ passage ที่เพิ่มมาอีกอันก็จะเป็นข้อมูลเสริมสั้นๆ จาก passage หลัก มีชุดละสี่ข้อมั้ง มันก็จะถามจากอันแรกบ้างอันสองบ้าง แล้วสุดท้ายก็ถามที่ต้องอ่านสองอันเข้าใจถึงตอบได้
พอหมดเวลาก็นั่งรอเก็บข้อสอบ ค่อนข้างนานทีเดียว จะออกไปก่อนก็ไม่ได้ พอเก็บครบทุกคนแล้วก็จะออกได้ ใครที่จะมารับผลสอบเองก็กลับได้เลย แต่ถ้าจะให้ส่งไปรษณีย์ก็กลับไปที่ Office รับซองแล้วเขียนชื่อ ที่อยู่ แล้วจ่ายเงิน 50 บาท พร้อมมอบใบสมัครสอบให้เจ้าหน้าที่ก็เรียบร้อย
Etc.
1. โต๊ะนึงนั่งสองคน มีฉากกั้นกลาง แต่พื้นเป็นพรม เพราะงั้นถ้าลบล่ะก็โต๊ะสะเทือนแน่นอน ใครเจอคนนั่งข้างๆ เป็นดีเจสแครชแผ่นก็หาวิธีรับมือไว้ก็ดีครับ อาจจะจับโต๊ะไว้แน่นๆ ก็น่าจะช่วยได้
2. หนาว หนาวมากจริงๆ ถ้าสอบบ่อยๆ กระเพาะปัสสาวะอักเสบแน่นอน
3. ถ้าอยากสอบวันเสาร์บ่ายควรจองล่วงหน้านานๆ โดยเฉพาะช่วงคูปอง SCG ใกล้หมดอายุ ได้ข่าวว่าวันนี้มีเพิ่มรอบเย็นด้วยเพราะคนสมัครเยอะมาก
4. ตอนสอบ Listening ถ้าเป็นไปได้ควรฟังตัวเลือกให้ครบก่อนค่อยฝนครับ ไม่งั้นท่านอาจต้องลบก็ได้ และจะเป็นการสแครชรบกวนคนข้างๆ ด้วย และถ้าหลุดตรงไหนไปอย่าลนให้ลืมไปแล้วตั้งใจฟังดีกว่า เดี๋ยวหลุดยาวนะครับ
5. reading ถ้าอ่านไม่ไวจริงพยายามอย่าอ่านก่อนตอนทำ passage แนะนำให้อ่านคำถามแล้วค่อยไปหาคำตอบเอาน่าจะดีกว่า แต่อันนี้ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนด้วยครับ แต่เวลาค่อนข้างกระชั้นชิดมาก
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบครับ
โต๋โพสได้ละเอียดยิบ จริงๆ ><
ข้อมูลละเอียดมากๆ ครับ ผมจะไปสอบมั้งละ
ขอบคุณมากนะครับ แต่มีข้อสงสัยนิดหน่อยเกี่ยวกับการทำข้อสอบอ่ะครับ ในการทำข้อสอบจริงจะมีส่วนของกระดาษคำถาม กับกระดาษคำตอบ ในส่วนของกระดาษคำถามนั้น เราสามารถเขียน comment ต่างๆ เช่น คำแปลของศัพท์ , วง comment ประโยคที่สำคัญ ซึ่งเป็นประโยชน์มากในการทำข้อสอบในส่วนของ part 7 เพราะเป็นที่ที่เราจะได้ focus ถูกจุด ยังงี้สามารถทำได้ไหมครับ ผมเห็นตัวอย่างข้อสอบบอกว่า ห้ามเขียนคำตอบลงใน test book (ซึ่งก็คือกระดาษคำถาม) อันนี้จะรวมไปถึงการเขียนอย่างอื่นไหมครับ
ประเด็นนี้ผมต้องขอโทษจริงๆ ครับที่ไม่สามารถตอบได้ เพราะสอบมาปีกว่าๆ แล้วอะครับ จำไม่ได้จริงๆ ว่าเขียนทดลงไปได้หรือไม่ แต่ถ้าจากความทรงจำเลือนรางผมรู้สึกว่าจะไม่สามารถทดได้นะครับ แต่บอกตามตรงว่าข้อสอบไม่ค่อยจำเป็นต้องทดครับ เพราะโจทย์จะไม่ยาวมาก และไม่ซับซ้อนมาก อ่านจบปุ๊บมักจะสามารถคิดคำตอบได้เลย หรืออาจอ่านทวนอีกรอบสองรอบครับ